Toyota Supra จะมีราคาเท่าไหร่เมื่อมาถึงไทย?

26
0

บริษัท Barrett-Jackson เปิดการประมูล รถ Toyota Supra A90 คันแรกที่เพิ่งผลิตเสร็จ และได้รับการประมูลไปในราคา 2.1 ล้านดอลลาร์ ในเวสท์เวิลด์ สก๊อตเดลล์  โดยรายได้จากการประมูลได้ทำการบริจาคให้สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกาและมูลนิธิ Bob Woodruff

โดยผู้ชนะการประมูลจะได้รับตั๋ววีไอพีพร้อมกับรถแต่งพิเศษ เพื่อเข้าร่วมงานแข่งรถ ‘Toyota Owners 400’ และมีโอกาสได้ขับรถแข่งด้วยตนเองอีกด้วย

ทั้งหมดที่เล่าไปเป็นการประมูลเพื่อการกุศล แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Toyota Supra จะมีราคาเท่าไร เมื่อเข้ามาถึงตลาดรถยนต์เมืองไทย แน่นอนว่ามันไม่ใช่ 2.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65 ล้านบาท เพราะราคานั้นเป็นการประมูลเพื่อสมาคมโรคหัวใจในอเมริกา และยังไม่ได้มีการปักป้ายราคา ไม่งั้นคงทำให้เราต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่านี้อย่างแน่นอน

มันเหมือนเรากำลังย้อนความทรงจำสมัยวัยรุ่นของพวกเราให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง สมัยที่การเป็นเจ้าของรถช่วงก่อนปี 2000 ยุคที่มีแต่รถเร็วและแรง ยุคที่ถกเถียงกันว่ารถของค่ายไหนดีกว่ากัน แรงกว่ากัน … Toyota Supra มีประวัติศาสตร์เป็นรถระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ขับเคี่ยวกันยาวนานกับ Honda NSX และ Nissan GT-R ซึ่งเป็นรถในฝันของใครหลายคน ซึ่ง Toyota Supra A90 เปิดตัวมาด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2,890,000 บาท (ราคาเปิดตัวในต่างประเทศ) รถรุ่นนี้มีระยะเวลาการพัฒนาถึงเกือบเจ็ดปีหลังจากที่รถต้นแบบเผยโฉมออกมาในปี 2014 และเปิดตัวหลังจากรุ่นสุดท้ายที่วางขายด้วยระยะห่างถึง 21 ปี ซึ่ง Toyota ได้ร่วมมือฉันท์มิตรกับ BMW ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่รถรุ่นนี้มีหลายส่วนที่คล้ายกับ BMW Z4 ทั้งชุดเกียร์ เครื่องยนต์ การตกแต่งภายในบางส่วน และความคล้ายกันในด้านอื่น ๆ อีกหลายอย่าง มองรายละเอียดเชิงลึก รถรุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบหกสูบขนาด 3.0 ลิตรรุ่น B58 ของ BMW ซึ่งได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมจาก Toyota จนให้อัตราที่แตกต่างจากเครื่องยนต์ต้นแบบ โดยมีความแรง 335 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 369 ปอนด์-ฟุต ใช้เวลาทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง เพียง 4.3 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 155 ไมล์ต่อชั่วโมง ภายในประกอบด้วยสองที่นั่ง และโครงสร้างด้านหลังแบบ hatchback โครงสร้างแข็งแรงกว่า Lexus LFA และการกระจายน้ำหนักอยู่ที่ 50-50

Akio Toyoda ผู้เป็นประธานบริหารToyota ในปัจจุบันกล่าวว่า “Toyota Supra เป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่ผมยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ” แทนที่จะสร้างรถต้นแบบด้วยตัวเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทรถซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกกลับเลือกที่จะทำการออกแบบและประกอบรถที่ออสเตรีย จากนั้น Toyota และ BMW ก็ร่วมมือกันในการออกแบบจนกระทั่งสร้างรถต้นแบบขึ้นมา โดยให้เป็นรถคูเป้สองที่นั่ง โหลดเตี้ยและตั้งชื่อเรียกรถที่ออกแบบว่า “Fullrunner” การทดสอบเริ่มต้นทำโดยทีมงานของ BMW และเมื่อรถถูกส่งมาที่ญี่ปุ่น ทีมงานของ Toyota ก็ได้ทดสอบรถต้นแบบ จากนั้นทั้งสองทีมก็แยกกันผลิตรถของตัวเอง โดย Tada-san วิศวกรของ Toyota ได้มีโอกาสทดลองขับรถ Z4 ก่อนที่มันจะเข้าสู่สายการผลิตอย่างจริงจังด้วย

Toyota ได้ผลิตรถ Toyota Supra ออกมาต่อเนื่องถึงห้ารุ่น ซึ่งรุ่นใหม่ที่เป็นรุ่นที่หกนี้น่าจะใช้ประสบการณ์เรื่องเครื่องยนต์กลไกจากรุ่นก่อนหน้าได้ แต่การที่Toyota ไม่ได้ผลิต Supra ออกมาอีกเลยเป็นเวลานาน ทำให้การออกแบบรุ่นใหม่ไม่ใช่การต่อยอดเครื่องยนต์จากรุ่นเก่า แต่เป็นการออกแบบและวางแผนใหม่ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เองวิศวกรของ Toyota คือ Tetsuya Tada จึงเห็นว่าบริษัทต้องการพาร์ทเนอร์ซึ่ง BMW ก็เป็นตัวเลือกซึ่งเหมาะที่สุดแล้ว

Toyota Supra รุ่นใหม่ผลิตในจำนวนไม่มากนัก โดยในอังกฤษจะมีการนำเข้ามาเพียง 300 คันเท่านั้นในปีนี้ ว่ากันเรื่องพลังงานของรถรุ่นนี้ จากการขับในระยะทางกว่า 300 ไมล์ รวมการขับในสนามแข่ง พบว่ารถรุ่นนี้กินน้ำมัน 27.4 ไมล์ต่อแกลลอน และประหยัดขึ้นเป็น 34 ไมล์ต่อแกลลอนเมื่อขับบนถนนสายวิ่งระหว่างเมือง อีกทั้งด้วยความเร็วรอบ 1,700 รอบต่อนาที ทำให้ Supra เป็นรถแรงที่ค่อนข้างเงียบและขับได้อย่างสบาย

Recommended

[/vc_column]
[/vc_row]